Author: admin

 

เครื่องฟอกอากาศมีระบบการทำงานอย่างไรบ้าง

How does the air purifier work

ปัจจุบันมองไปทางไหนเราจะสังเกตได้ว่ามีคนเป็นโรคภูมิแพ้กันมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นภูมิแพ้พวกขนสัตว์ ไรฝุ่น หรืออย่างอื่น โดยเฉพาะเด็กๆ รุ่นใหม่ นั่นทำให้นอกจากจะต้องออกำลังกาย กินยาแก้ภูมิแพ้ เพื่อรักษาอาการ ในบ้านจะต้องมีการติดตั้งเครื่องฟอกอากาศไว้ด้วย เพื่อกรองให้อากาศบริสุทธิ์มากขึ้นเราอาจจะเคยเห็นเครื่องฟอกอากาศเหล่านี้ มันทำงานอย่างไร เราจะมาแนะนำกัน

กรองอากาศด้วยแผ่นกรอง

ขั้นตอนแรกเป็นการกรองอากาศภายในห้อง หรือ บริเวณเครื่องก่อน วิธีการทำงานของเครื่องนี้จะใช้แผ่นกรองอากาศเป็นตัวดักจับฝุ่น ละออง ขนสัตว์ ไปจนถึงสิ่งที่มองไม่เห็นพวกไวรัส แบคทีเรียด้วยเลย แผ่นกรองพวกนี้จะทำมาจากเส้นใยสังเคราะห์ละเอียด แนะนำนิดหนึ่งว่าควรถอดออกมาล้างอย่างน้อย สองสัปดาห์ต่อหนึ่งครั้งเพื่อความสะอาด

วิธีการจัดการฝุ่น

พวกฝุ่นที่ฟุ้งลอยล่องในห้อง ถือว่าเป็นศัตรูตัวร้ายของคนเป็นโรคภูมิแพ้กันเลยทีเดียว เครื่องฟอกอากาศนอกจากจะดูดไปกำจัด เค้ามีวิธีการกำจัดนั่นคือ เค้าจะทำให้เครื่องปล่อยประจุไฟฟ้าออกมาเพื่อทำให้ฝุ่นละออกเหล่านั้นมีน้ำหนักมากขึ้นจนล่วงหล่นลงพื้นไม่ฟุ้งกระจายในอากาศเพียงเท่านี้อากาศก็สะอาด

การปล่อยประจุไฟฟ้าออกมาจะเป็นอนุภาคบวก และ ลบ นอกจากจะทำให้ฝุ่นละออกมีน้ำหนักจนตกพื้น มันยังส่งผลต่อความรู้สึกของผู้อยู่ในห้องด้วย ประจุทั้งสองจะทำให้เกิดความรู้สึกสดชื่น หายใจโล่งสบายในคราวเดียวกัน

ระบบกำจัดกลิ่น

ไม่เพียงแค่ฝุ่นเท่านั้น กลิ่นก็เป็นอีกหนึ่งตัวการทำคนเป็นภูมิแพ้ต้องจามกันตลอดเวลา ทำยังไงจะจัดการกลิ่นเหล่านั้นได้ เครื่องฟอกอากาศจะมีระบบกำจัดกลิ่นไม่พึงประสงค์ด้วย วิธีการทำงานก็ใช้สารเคมีสังเคราะห์บางอย่างให้ออกไปอากาศจากนั้น สารตัวนี้ก็จะเข้าไปจัดการกลิ่นไม่พึงประสงค์เหล่านั้นให้หายไปได้

ระบบโอโซน

อีกหนึ่งวิธีการทำงานเครื่องฟอกอากาศบางรุ่น นอกจากจัดการอากาศสกปรกให้หมดไป มันจะสร้างอากาศบริสุทธิ์ขึ้นมาแทนที่ วิธีการนี้จะเรียกว่าการสร้างโอโซน วิธีการทำงานแบบนี้จะใช้แสงยูวี เป็นอาวุธในการจัดการความสกปรก เชื้อไวรัสต่างๆ พร้อมกับสร้างอากาศบริสุทธิ์ไปพร้อมกัน วิธีการทำงานแบบนี้บางรุ่นจะใช้คำว่า UV Light ก็ได้ผลการทำงานที่คล้ายกัน แต่ใช้รังสีอัลตร้าไวโอเลต ทำงานแทน

แม้ว่าการใช้เครื่องฟอกอากาศจะทำให้อากาศภายในบริเวณห้องสะอาดขึ้นแต่ผู้ใช้ก็อย่าละเลยการทำความสะอาดห้องควบคู่กันไปด้วย หากเป็นภูมิแพ้มาก เราขอเน้นย้ำการดูแลตัวเองเรื่องการออกกำลังกายเพื่อให้สุขภาพแข็งแรงไปด้วย เครื่องฟอกอากาศเป็นแค่ตัวช่วยหนึ่งเท่านั้นเอง

เครื่องฟอกอากาศระดับ ultraviolet light มันเป็นยังไง

What is the ultraviolet light

เครื่องฟอกอากาศกลายเป็นเครื่องไฟฟ้าอีกชนิดหนึ่งที่มีความจำเป็นอย่างมากสำหรับผู้คนในสมัยนี้ ยิ่งอยู่บ้านกลางเมืองใหญ่ด้วยแล้ว ฝุ่นควันในอากาศ เชื้อโรคที่มองไม่เห็น แบคทีเรีย ไวรัส อะไรพวกนี้มันเยอะมาก ล้วนเป็นพาหะนำโรคให้กับทุกคนได้ทั้งนั้น การใช้เครื่องฟอกอากาศกรองอากาศภายในบ้านให้สะอาดเลยกลายเป็นความจำเป็นมากขึ้น

เครื่องฟอกอากาศระดับ ultraviolet light

จากความจำเป็นดังกล่าว ทำให้หลายบ้านมองหาเครื่องฟอกอากาศที่จะทำให้อากาศสะอาดมากสุด หนึ่งในวิธีการทำงานของเครื่องฟอกอากาศที่สะอาดมาก ก็คือ เครื่องฟอกอากาศระดับ ultraviolet light เครื่องฟอกอากาศแบบนี้จะทำงานด้วยการปล่อยแสงอัลตราไวโอเลต ออกมาเพื่อกำจัดไวรัส แบคทีเรีย สิ่งสกปรกเหล่านั้นให้หมดไป ประสิทธิภาพการทำงานของมันด้านการกำจัดสิ่งสกปรกถือว่ายอดเยี่ยมมากทีเดียว

ultraviolet light เป็นแบบไหน

เราอาจจะเคยได้ยินคำนี้มา อาจจะยังสงสัยอยู่ว่า แสงอัลตาไวโอเลตนั้น มันคืออะไร คำตอบก็คือ มันคือแสงยูวีที่เราพบเห็นเวลาออกไปเจอแดดนั่นแหละ หากมองตามวิทยาศาสตร์ แสงนี้คือคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าชนิดหนึ่งมีความยาวคลื่นตั้งแต่ 100-400 นาโนเมตร ความเข้มข้นของมันจะทำให้เกิดพลังงานขึ้นได้อย่างมากมาย ปกตินักวิทยาศาสตร์จะแบ่งแสงนี้ตามความยาวคลื่นได้ 3 กลุ่มคือ ยูวีเอ,ยูวีบี และ ยูวีซี ตามลำดับ

คลื่นในเครื่องฟอกอากาศเป็นแบบไหน

อ่านมาถึงบรรทัดนี้ หลายคนเริ่มกังวลว่า แสงอัลตราไวโอเลตนี้จะทำให้เกิดอันตรายต่อร่างกายหรือเปล่า คำตอบก็คือไม่เลย เครื่องฟอกอากาศที่หยิบแสงนี้มาใช้งานจะเลือกความยาวคลื่นในกลุ่ม ยูวีซี ความยาวคลื่นประมาณ 280 นาโนเมตร คลื่นความยาวระดับนี้ไม่ส่งผลต่อมนุษย์ แต่จะส่งผลต่อเชื้อโรคในอากาศจะตายลงอย่างไม่มีทางขัดขืนได้เลย สบายใจได้

แสงที่มองไม่เห็น

อีกหนึ่งคุณสมบัติของ เครื่องฟอกอากาศระดับ ultraviolet light นั่นคือ การมองไม่เห็นแสงเหล่านั้น แม้ว่าจะบอกว่ามันคือแสงก็ตาม แสงตัวนี้เราไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่าซึ่งนั่นถือว่าเป็นเรื่องดีต่อการทำงานของเครื่องฟอกอากาศเนื่องจากแสงอัลตราไวโอเลตจะได้ไม่ไปรบกวนสายตาของคนในบริเวณเครื่องด้วย บางคนแย้งว่าถ้าไม่เห็นแสงจะรู้ได้อย่างไรว่าทำงานอยู่ คำตอบก็คือให้ดูแผงหน้าปัดแสดงการทำงานของเครื่อง เค้าจะมีบอกไว้อยู่ไม่ต้องกังวลไป เห็นข้อดี วิธีการทำงานของมันแล้ว หากจะเลือกเครื่องฟอกอากาศสักเครื่อง เลือกเครื่องฟอกอากาศระดับ ultraviolet light ก็ดีนะราคาก็ไม่แพงอย่างที่คิดด้วย

เครื่องฟอกอากาศใหญ่ที่สุดในโลกที่เมืองซีอานใครเป็นคนสร้าง และทำขึ้นเพื่ออะไร

The largest air purifier in the world

ปกติเวลานึกถึงเครื่องฟอกอากาศคนทั่วไปคงนึกแค่เครื่องขนาดเล็กเอาไว้ใช้ภายในบ้าน อาคารต่างๆ คุณภาพของเครื่องแตกต่างกันออกไปแล้วแต่คุณสมบัติ แต่เวลานี้ที่เมืองซีอาน ประเทศจีนได้ทำการสร้างเครื่องฟอกอากาศที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลกขึ้นมาเล่นเอาทุกคนงงพร้อมกับคาดไม่ถึงว่านี่จะเป็นสิ่งที่จีนคิดค้นพร้อมประดิษฐ์ขึ้นมาได้จริง เป็นความน่าสนใจของการใช้งานที่หลายคนสงสัยว่าเมืองซีอานเขาทำขึ้นมาทำไมกันแน่

เรื่องน่าสนใจเกี่ยวกับเครื่องฟอกอากาศขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ณ เมืองซีอาน ประเทศจีน

นครซีอาน ประเทศจีน ได้มีการเปิดใช้งานเครื่องฟอกอากาศยักษ์มีขนาดความสูงถึง 98.4 ม. ตั้งบนพื้นที่ 2,580 ตร.ม. คาดกันว่าเครื่องฟอกอากาศมหึมาชิ้นนี้จะช่วยฟอกอากาศได้มากระดับ 353 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน ครอบคลุมรัศมีพื้นที่ทั้งหมดราว 10 ตร.กม. พื้นที่ตั้งของเครื่องฟอกอากาศยักษ์แห่งนี้อยู่บริเวณเขตฉางอัน ใกล้ๆ กับ Universities Mega City เส้นผ่าศูนย์กลางของเครื่องอยู่ที่ 10 ม. สร้างมาจากกระจกกับแผ่นเหล็กชนิดเบา มีการติดตั้งกังหันสำหรับดูดอากาศทั้งหมด 4 เครื่อง ก่อสร้างพร้อมควบคุมระบบทั้งหมดโดยกองสิ่งแวดล้อมโลก สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์แห่งชาติจีน เลือกใช้ระบบพลังงานไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์เป็นตัวดำเนินการหลักเพื่อต้องการลดใช้พลังงานเผาไหม้จากถ่านหินอันเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้เกิดหมอกมากมายในมณฑลส่านซี การทำงานเครื่องฟอกอากาศจะใช้ระบบ HSALSCS คือการใช้พลังงานไฟฟ้าแสงอาทิตย์ในการทำงานหลักเพื่อขับเคลื่อนพร้อมกันนี้ยังใช้แสงอาทิตย์มาเป็นตัวช่วยในการกรองฝุ่น PM 2.5 มีสารตั้งต้นประเภทไนโตรเจนออกไซด์ NO2 และสารอินทรีย์ VOCs เป็นสารปนเปื้อนอยู่บนอากาศ เครื่องตัวนี้ใช้ดูดอากาศภายนอกได้ทั้งหมด 4 ทิศ อากาศเสียจะถูกกรองด้วยแผ่นกรองอนุภาคที่มีขนาดใหญ่กับขนาดเล็กแล้วส่งต่อไปยังแผงกรองที่ทำการเคลือบฟิล์มชนิดพิเศษเอาไว้ใช้ย่อยสลายแก๊สพิษของเสีย เมื่ออากาศผ่านการฟอกเรียบร้อยจะถูกส่งไปรวมกันแล้วส่งออกไปเป็นอากาศบริสุทธิ์ต่อไป

สาเหตุที่ต้องสร้างเครื่องฟอกอากาศขนาดยักษ์นี้ขึ้นมาเพราะบริเวณประเทศจีนหลายพื้นที่มีปัญหาเกี่ยวกับเรื่องของมลพิษบนอากาศขนาดว่าคล้ายมีเมฆปกคลุมท้องฟ้าตลอดเวลา ภายในอากาศเต็มไปด้วยมลพิษสร้างความเสียหายต่อสุขภาพของผู้คนอย่างมาก การคิดค้นเครื่องฟอกอากาศยักษ์นี้ขึ้นมาเพื่อต้องการฟอกอากาศเสียให้กลายเป็นอากาศดีอีกครั้ง จึงเลือกใช้พลังงานแสงอาทิตย์แทนพลังงานถ่านหินอันเป็นสาเหตุส่วนหนึ่งทำให้เกิดมลพิษดังกล่าวขึ้น ถือว่าน่าสนใจกับการเลือกใช้งานอยู่ไม่น้อยเหมือนกันและยังทำให้อากาศในบริเวณนั้นดีขึ้นอีกต่างหากสำหรับการเลือกแก้ปัญหาได้อย่างน่าประทับใจของเมืองจีน

เครื่องฟอกอากาศในรถยนต์ต่างจากเครื่องฟอกอากาศปกติอย่างไร

air purifiers and air purifiers

ยุคนี้ไม่ได้มีแค่เครื่องฟอกอากาศตามบ้าน ภายในอาคารให้ใช้งานอีกต่อไปแต่เครื่องฟอกอากาศยังถูกสร้างให้นำมาใช้งานภายในรถยนต์ได้อีกด้วย ถือว่าเป็นนวัตกรรมดีๆ อีกชิ้นหนึ่งที่เกิดขึ้นกับการพยายามรักษาสิ่งแวดล้อมให้เหมาะสมกับสุขภาพมากที่สุดพูดง่ายๆ คือไม่ว่าจะอยู่ตรงไหนเรื่องของอากาศคือสิ่งสำคัญ แม้แต่บนรถของเราที่อาจคิดว่าไม่มีอะไรแท้จริงแล้วฝุ่นละออง สิ่งสกปรกต่างๆ ล่องลอยอยู่รอบตัวเราโดยที่เราเองไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ แต่มีหลายคนคงตั้งคำถามในใจไม่น้อยว่าระหว่างเครื่องฟอกอากาศรถยนต์กับเครื่องฟอกอากาศปกติมันแตกต่างกันอย่างไร

ความแตกต่างระหว่างเครื่องฟอกอากาศรถยนต์กับเครื่องฟอกอากาศปกติ

ก่อนอื่นขอทำความเข้าใจลักษณะของพื้นที่ในรถยนต์กับพื้นที่ทั่วไปกันก่อน สำหรับพื้นที่ทั่วไปที่เราอยู่อาศัยกันภายในบ้าน ห้องนอน อาคารต่างๆ จะมีการพบเจอของฝุ่นละออง สิ่งสกปรกในอากาศในรูปแบบแตกต่างกับรถยนต์ กล่าวง่ายๆ คือ รถยนต์เวลาวิ่งออกไปนอกถนนจะเต็มไปด้วยความสกปรก ฝุ่นละอองจากอากาศของควันท่อไอเสีย พบเจอก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์และอื่นๆ อีกมากมาย บวกกับระบบการถ่ายเทอากาศของรถยนต์เป็นแบบเปิดนั่นหมายความว่าโอกาสที่รถยนต์จะพบเจอกับอากาศอันแสนเลวร้ายมากกว่าภายในตัวอาคารเยอะ เครื่องฟอกอากาศที่ทำออกมาเพื่อใช้งานกับตัวรถยนต์จึงเป็นเรื่องสำคัญไม่น้อยเช่นกัน แต่หากถามว่าระบบการทำงานของเครื่องฟอกอากาศทั้งสองประเภทนี้ต่างกันมากน้อยขนาดไหน อาจเป็นเรื่องของขนาดมากกว่าเพราะระบบการทำงานต่างๆ แทบไม่ต่างเลยนั่นเพราะการทำงานของเครื่องปรับอากาศคือการดึงอากาศจากโดยรอบเข้าไปยังเครื่องผ่านกระบวนการต่างๆ แล้วถูกปล่อยออกมาให้เกิดเป็นอากาศบริสุทธิ์ในบริเวณที่ใช้งาน ซึ่งระบบการทำงานที่ว่าเครื่องฟอกอากาศทั้งสองประเภททำหน้าที่ได้เหมือนกัน แต่ความต่างเรื่องขนาดก็มาจากพื้นที่การใช้งาน ในอาคาร ห้องนอน บ้าน เรามีพื้นที่เยอะกว่าการใช้เครื่องฟอกอากาศก็ต้องใหญ่กว่า ใช้กำลังเยอะกว่าเพื่อจะช่วยให้อากาศทั่วบริเวณสะอาดมากที่สุด ส่วนในรถพื้นที่ไม่เยอะก็ใช้ขนาดเล็กสำหรับสร้างความสะอาดให้กับรถยนต์ที่มีพื้นที่ไม่มากนักนั่นเอง

บทสรุปที่ได้นั่นคือความต่างของเครื่องฟอกอากาศทั้งสองประเภทนี้หากมองในมุมการทำงานแทบไม่มีความแตกต่างกันแต่ถ้าจะต่างกันจริงๆ คงเป็นเรื่องของขนาดพร้อมกำลังในการใช้งานมากกว่า ส่วนใครคิดว่าควรติดในรถไว้ดีหรือไม่แนะนำว่าต้องเลือกซื้อของดี ราคาอาจแพงหน่อยแต่รับรองว่าคุ้มค่ากับการใช้งาน เพราะจะทำให้อากาศในรถสะอาดมากขึ้น เป็นประโยชน์ต่อผู้ใช้รถมากขึ้น

อากาศบริสุทธิ์ตามธรรมชาติคืออะไร

What is natural fresh air

ไม่ว่าใครต่างก็อยากตามหาอากาศดีๆ อากาศบริสุทธิ์ด้วยกันทั้งนั้น แท้จริงแล้วรู้หรือไม่ว่าอากาศบริสุทธิ์ที่ตามหากันมันคืออะไรกันแน่ อากาศแบบไหนจึงเรียกว่าอากาศบริสุทธิ์ คือพื้นที่ของโลกเรามีขนาดกว้างใหญ่ไพศาลเกินบรรยายแต่อากาศบริสุทธิ์ที่แท้จริงกลับกลายเป็นสิ่งที่คนทั้งโลกต่างถวิลหา นับว่าเป็นความต้องการไม่ใช่แค่คนอย่างเดียว ทุกสิ่งมีชีวิตบนโลกหากได้รับอากาศบริสุทธิ์จะยิ่งทำให้เจริญเติบโตได้อย่างแข็งแรงในทางกลับกันหากได้รับอากาศไม่ดีไม่บริสุทธิ์ก็จะล้มหายตายจากไปได้อย่างรวดเร็ว

อากาศคืออะไรกันแน่

อากาศ คือส่วนผสมที่มาจากแก๊สหลายๆ ชนิด ส่วนผสมสำคัญเมื่อแบ่งตามปริมาตรของอากาศประกอบไปด้วยไนโตรเจน 78.09%, ออกซิเจน 20.94%, แก๊สเฉื่อยมีส่วนประกอบสำคัญคือ แก๊สอาร์กอน 0.93%, คาร์บอนไดออกไซด์ 0.3%  นอกนั้นเป็นส่วนผสมของแก๊สฮีเลียม, นีออน, ไฮโดรเจน, ซีนอน คริปตอน, โอโซน, มีเทน, ไอน้ำ และอื่นๆ รวมกันอยู่ 0.01% อากาศบริเวณใกล้ผิวโลกจะมีความหนาแน่นสูงสุดเนื่องจากแรงดึงดูดของโลกเรา ปกติแล้วอากาศที่เต็มไปด้วยแก๊สประเภทต่างๆ ล่องลอยบนอากาศปะปนกันไปเนื่องจากมีปัจจัยทางกายภาพเข้ามาเกี่ยวข้อง เช่น อุณหภูมิ, แรงลม, แสงอาทิตย์ สิ่งเหล่านี้มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงด้านองค์ประกอบของอากาศ เมื่อเป็นเช่นนี้องค์ประกอบภายในอากาศจึงเกิดการเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลาและสถานที่ ส่วนอากาศที่เหมาะสมกับการอยู่อาศัยของมนุษย์มากที่สุดคืออากาศที่อยู่ในระดับน้ำทะเลจนความสูงระดับ 5-6 กม.

อากาศบริสุทธิ์ตามธรรมชาติคืออะไร

อากาศบริสุทธิ์ตามธรรมชาติคืออากาศที่อยู่ในธรรมชาติ ไม่มีสิ่งเจือปนของแก๊ส, มลพิษ, ไร้สี, ไม่มีกลิ่น, ไม่มีรสสัมผัสใดๆ ทั้งสิ้น ร่างกายคนทุกคนจะมีปอดรับหรับรับออกซิเจนเวลาเราสูดหายใจเข้าสู่ร่างกายและจะถ่ายเอาคาร์บอนไดออกไซด์ออกจากร่างกายเมื่อหายใจออก อาการบริสุทธิ์หลักๆ จะประกอบไปด้วยไนโตรเจนกับออกซิเจนดังที่กล่าวไว้เบื้องต้น เมื่อมนุษย์ได้มีโอกาสสูดหายใจอากาศบริสุทธิ์จากธรรมชาติเหล่านี้เข้าไปจะช่วยในเรื่องการซ่อมแซมส่วนต่างๆ ของร่าง ทำให้รู้สึกได้ว่ามีความแข็งแรงมากกว่าเก่า เมื่อเป็นเช่นนี้เรามักเห็นคนทั่วไปที่ต้องการหาอากาศบริสุทธิ์เข้าไปยังพื้นที่ที่ไม่ใช่ตัวเมือง ไร้ควันรถ ไร้มลพิษต่างๆ ทำให้สูดอากาศบริสุทธิ์จากธรรมชาติได้อย่างเต็มปอด ใครมีอาการป่วยเมื่อได้รับอากาศบริสุทธิ์จะช่วยให้ร่างกายแข็งแรงขึ้นกว่าเดิมหลายเท่าตัว ถือเป็นสภาพอากาศที่คนบนโลกต้องการเป็นอันดับแรก

การค้นหาอากาศบริสุทธิ์แม้รู้ดีว่าในเมืองกรุงเป็นเรื่องหายากแต่สำหรับต่างจังหวดหลายพื้นที่ยังคงมีอากาศบริสุทธิ์จากธรรมชาติอยู่ไม่น้อยเหมือนกัน ใครคิดว่าอยากพาตัวเองไปสัมผัสสิ่งดีๆ นี้ควรต้องวางแผนเริ่มต้นให้ดีรับรองว่าสมองจะปลอดโปร่ง คิดเร็วทำไวอย่างแน่นอน

การเลือกซื้อเครื่องฟอกอากาศ ให้เหมาะกับการใช้งานของเรา

Buying an air purifier

ทุกวันนี้สภาพแวดล้อมรอบตัวของทุกคนล้วนมีมลพิษปะปนอยู่เต็มไปหมด มันคงจะดีกว่าถ้าอย่างน้อยที่สุดพื้นที่ในบ้านของเรายังเป็นพื้นที่บริสุทธิ์ มีอากาศสดชื่น มีมลภาวะน้อยที่สุดเมื่อเทียบกับการออกไปเผชิญความโหดร้ายข้างนอก เครื่องฟอกอากาศจึงกลายเป็นทางเลือกดีๆ อีกทางหนึ่งสำหรับทุกคนในการใช้สร้างอากาศที่ดีภายในบ้านหรือห้องต่างๆ การเลือกเครื่องฟอกอากาศให้เหมาะสมกับห้องจะยิ่งช่วยให้ใช้งานได้อย่างคุ้มค่าสุดๆ มาดูกันว่าควรเลือกซื้ออย่างไรบ้าง

วิธีเลือกซื้อเครื่องฟอกอากาศให้เหมาะกับห้องของคุณ

  1. เหมาะกับขนาดของห้อง – สิ่งแรกที่ต้องรู้คือในห้องที่จะตั้งเครื่องฟอกอากาศมีพื้นที่เท่าไหร่ พื้นที่ห้องจะมีความสัมพันธ์กับขนาดของเครื่องฟอกอากาศ หากห้องใหญ่แต่ซื้อขนาดเล็กก็ฟอกได้ไม่เต็มที่
  2. ระดับความแรงของลม – หากค่าแรงลมสูงจะทำให้การดูดลมเข้าออกมีกำลังสูงตามไปด้วย การฟอกอากาศก็ทำงานได้รวดเร็ว ดับจับฝุ่นต่างๆ ภายในห้องหมดจดด้วยระยะเวลาน้อยกว่าปกติ แต่ปัญหาคือยิ่งแรงเยอะยิ่งเสียงดังมาก จึงควรเลือกให้เหมาะกับห้องและคุณภาพที่ต้องการด้วย
  3. ดูที่ไส้กรองฝุ่น – มีหน้าที่ดักเก็บความสกปรก อากาศที่ถูกดูดจะผ่านไส้กรองฝุ่นแล้วค่อยถูกปล่อยออกมาให้บริสุทธิ์ ผู้ผลิตทั่วไปจะมีการระบุความละเอียดของไส้กรองไว้ด้วย ยิ่งกรองฝุ่นได้เล็กยิ่งดี ส่วนมากกรองได้ถึง 3 ไมครอนสำหรับ HEPA
  4. ค่า CADR เพื่อวัดประสิทธิภาพ – ค่า CADR หรือ Clean Air Delivery Rate มีหน่วยเป็น CFM คือผลลัพธ์ที่สามารถบอกได้ว่าเครื่องฟอกอากาศที่ซื้อมามีความสามารถในการกำจัดฝุ่น กลิ่น สิ่งแปลกปลอมต่างๆ ในอากาศได้ดีแค่ไหน หากว่ารุ่นที่มีค่าดังกล่าวระบุเอาไว้ชัดเจนจะช่วยเพิ่มความมั่นใจว่าเป็นเครื่องคุณภาพดี
  5. มีแผ่นกรองคาร์บอนหรือไม่ – กรณีในห้องมีกลิ่นไม่พึงประสงค์ต่างๆ การมีแผ่นกรองคาร์บอนช่วยในเรื่องการดูดซับกลิ่น ดูดเอาสิ่งสกปรกออกไป หากเครื่องฟอกอากาศตัวไหนมีแผ่นกรองคาร์บอนจะทำให้กลิ่นของเครื่องบริสุทธิ์มากขึ้นกว่าเดิมอีกหลายเท่า
  6. การบำรุงรักษา การรับประกันสินค้า – สินค้าประเภทนี้จำเป็นต้องมีการบำรุงรักษาพร้อมการรับประกันสินค้าจากผู้ผลิตเนื่องจากเป็นสินค้าที่อาจเกิดปัญหาขึ้นได้ก่อนระยะเวลาอันสมควร ดังนั้นก่อนการตัดสินใจซื้อทุกครั้งต้องดูว่ามีการบำรุงรักษาและการรับประกันสินค้าอย่างไรบ้าง

นี่คือวิธีการเลือกซื้อเครื่องฟอกอากาศที่ทุกคนควรสังเกตให้ดีว่ามีคุณสมบัติตามความต้องการของผู้ซื้อหรือไม่ หากมีคุณสมบัติเหมาะสมทุกประการนั่นหมายถึงเครื่องฟอกอากาศตัวนี้น่าซื้อมาใช้งานอย่างยิ่ง ช่วยให้อากาศบริสุทธิ์จริง

เครื่องฟอกอากาศสำหรับไรฝุ่นแก้ปัญหาด้านสุขภาพอย่างไร

How do air purifiers for dust mites solve health problems

ไรฝุ่นที่เรามักได้ยินกันบ่อยๆ นี่คือสัตว์ขนาดเล็กเป็นแมลงที่ชอบอาศัยตามหมอน, ผ้าห่ม, ผ้าปูที่นอน, เสื้อผ้า, พรม และวัสดุที่มีลักษณะนิ่ม เจ้าไรฝุ่นตัวนี้เองคือสาเหตุสำคัญที่ทำให้คนเกิดโรคภูมิแพ้โดยเฉพาะคนที่อาศัยภายในอาคาร เช่น บ้าน, ห้องนอน การอยู่ในพื้นที่ที่มีไรฝุ่นมากๆ จะก่อให้เกิดโรคภูมิแพ้และโรคหอบหืด โดยเฉพาะกับคนที่มีความไวต่อไรฝุ่น การมีตัวช่วยอย่างเครื่องฟอกอากาศที่ออกแบบเพื่อป้องกันไรฝุ่นจึงถือเป็นนวัตกรรมดีๆ ที่ถูกสร้างขึ้นให้ทุกๆ คนปลอดภัยจากไรฝุ่นให้มากที่สุด เครื่องฟอกอากาศจึงกลายเป็นอีกอุปกรณ์ในการช่วยแก้ปัญหาเกี่ยวกับเรื่องสุขภาพ

เครื่องฟอกอากาศสำหรับไรฝุ่นกับการแก้ปัญหาด้านสุขภาพ

จริงๆ ชื่อของเครื่องใช้ไฟฟ้าชนิดนี้ก็บอกไว้ตรงตัวอยู่แล้วว่าเป็นเครื่องฟอกอากาศ เมื่อเป็นเช่นนี้ประโยชน์หลักของเครื่องใช้ไฟฟ้าตัวนี้ได้แก่การฟอกอากาศในบริเวณที่มีฝุ่นละออง, ไรฝุ่น, เชื้อโรค รวมถึงความชื้นต่างๆ และสิ่งแปลกปลอมปนอยู่ภายในอากาศบริเวณที่เราเข้าไปอยู่อาศัย สิ่งเหล่านี้คือสิ่งที่เรามองไม่เห็น การมีเครื่องฟอกอากาศจึงช่วยไม่ให้สิ่งต่างๆ ที่กล่าวมาเข้าสู่ร่างกายได้พร้อมกับช่วยปรับสภาพอากาศในบริเวณนั้นๆ กลายเป็นอากาศที่มีความสะอาดบริสุทธิ์เหมาะสมกับการอยู่อาศัยของผู้คน แม้พูดในความจริงคือมันอาจไม่ได้ทำให้อากาศบริเวณดังกล่าวสดชื่นขึ้นแบบเต็มร้อย แต่ก็ต้องถือว่าช่วยให้อากาศดีขึ้นได้เยอะมากพอสมควร คนที่อยู่ตรงนั้นสามารถสูดอากาศเข้าสู่ปอดได้แบบเต็มอิ่ม ร่างกายของเราเมื่อได้รับอากาศบริสุทธิ์ก็จะนำไปใช้ประโยชน์ต่างๆ ต่อไป ใครเป็นโรคภูมิแพ้ โรคหอบหืดหากได้มีเครื่องฟอกอากาศอยู่ในบ้านหรือตรงที่อยู่ประจำสักตัวจะช่วยป้องกันไม่ให้อาการกำเริบหรือหนักขึ้นกว่าเดิม เมื่อสุขภาพดีแล้วยังส่งผลไปถึงอนาคตที่ไม่จำเป็นต้องเสียเงินไปหาหมอ ไม่ต้องกินยาที่ในระยะยาวการกินยามากๆ บ่อนทำลายสุขภาพ ดังนั้นจึงบอกได้ว่าเครื่องฟอกอากาศที่ช่วยแก้ปัญหาไรฝุ่น แก้ปัญหาด้านสุขภาพของทุกคนได้ทั้งทางตรงและทางอ้อมแบบคาดไม่ถึงเลยด้วย

ยิ่งสมัยนี้เครื่องฟอกอากาศที่วางจำหน่ายตามท้องตลาดราคาไม่ได้แรงมากนักบวกกับบางแห่งมีโปรโมชั่นลดแลกแจกแถมอีก การไปเลือกซื้อมาไว้สักเครื่องเพื่อช่วยให้สุขภาพของเราดีปราศจากโรคอันแสนน่ารำคาญอย่างพวกโรคเกี่ยวกับระบบทางเดินอาหาร, หอบหืด, ภูมิแพ้ ได้ด้วยการลงทุนเพียงไม่เท่าไหร่ ดีกว่าการปล่อยไว้แล้วต้องมารักษาพยาบาลทีหลังมันไม่ได้คุ้มค่ากับเงินที่ต้องจ่ายออกไปเลยในตอนนั้น

ประโยชน์ดีๆ ของเครื่องฟอกอากาศที่เราไม่เคยรู้

The benefits of air purifiers that we do not know.

เครื่องฟอกอากาศเป็นอีกหนึ่งอุปกรณ์ไฟฟ้าที่ได้รับความนิยมในการใช้งานเป็นอย่างมากในเวลานี้ ส่วนหนึ่งก็เพราะว่าปัญหาด้านมลพิษทางอากาศของประเทศไทยมีแนวโน้มสูงมากขึ้นเรื่อยๆ ทำให้อากาศที่คนไทยได้รับอยู่ในทุกวันนี้ขาดความบริสุทธิ์ที่ควรจะเป็น การใช้งานเครื่องฟอกอากาศจึงเหมือนกับเป็นตัวช่วยที่จะทำให้อากาศในบ้านเราดีมากขึ้นยิ่งกว่าเดิม อย่างไรก็ตามหลายคนอาจยังไม่ได้รู้จักประโยชน์ที่แท้จริงของเครื่องฟอกอากาศ หลายคนเห็นคนอื่นใช้งานก็เลยใช้ตามบ้าง จริงๆ แล้วเครื่องฟอกอากาศที่เราเห็นๆ หรือใช้งานกันอยู่ทุกวันนี้มีประโยชน์ที่น่าสนใจหลายด้านเหมือนกัน

ประโยชน์ที่ดีของการใช้งานเครื่องฟอกอากาศ

  1. ช่วยฟอกอากาศในบริเวณที่ใช้งานให้มีความบริสุทธิ์มากยิ่งขึ้น – นี่เป็นประโยชน์ข้อแรกที่เราสามารถสัมผัสได้อย่างชัดเจนที่สุดสำหรับการใช้งานเครื่องฟอกอากาศไม่ว่าจะเป็นฝุ่นละออง, ความชื้น, ไรฝุ่น, เชื้อโรคต่างๆ เครื่องฟอกอากาศก็สามารถช่วยทำให้อากาศที่มีสิ่งเหล่านี้ปะปนอยู่กลายเป็นอากาศที่ดีเหมาะกับการสูดหายใจของคนทั่วไปได้ แม้ว่าเครื่องฟอกอากาศอาจไม่ได้หมายความว่าจะฟอกอากาศให้บริสุทธิ์ได้แบบ 100% แต่การที่สามารถขจัดสิ่งสกปรกให้ออกไปจากบริเวณนั้นๆ ได้ก็ถือว่าทำให้ร่างกายได้รับอากาศดีๆ เข้าสู่ปอดแล้ว
  2. ช่วยแก้ปัญหาของคนที่เป็นโรคเกี่ยวกับทางเดินหายใจและโรคภูมิแพ้ – คนที่มีปัญหาเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ อาทิ โรคปอดอักเสบ, วัณโรค, หอบหืด รวมถึงโรคภูมิแพ้จะได้ประโยชน์จากการใช้งานเครื่องฟอกอากาศแบบเต็มๆ ด้วยความที่สาเหตุหลักของโรคเหล่านี้เกิดจากอากาศที่ไม่บริสุทธิ์ มีเชื้อโรค ไรฝุ่นต่างๆ อยู่มาก คนที่เป็นโรคเหล่านี้หากสัมผัสกับสิ่งสกปรกในอากาศโดยตรงสามารถทำให้อาการของโรคเกิดขึ้นได้ทันทีและอาจเกิดอันตรายกับคนที่เป็นได้ ดังนั้นการใช้เครื่องฟอกอากาศจึงเป็นประโยชน์กับผู้ที่เป็นโรคเหล่านี้อย่างมาก
  3. ไม่ต้องเสียเงินในการรักษาพยาบาล – ต่อให้คนที่ไม่ได้เป็นโรคเกี่ยวกับทางเดินหายใจแต่ถ้าหากคลุกคลีอยู่กับฝุ่นละอองหรือสิ่งสกปรกต่างๆ ในอากาศเป็นประจำก็อาจส่งผลให้ร่างกายเกิดอาการเจ็บป่วยได้ เมื่อมีอาการเจ็บป่วยก็ต้องเสียเงินในการรักษาพยาบาลซึ่งก็ไม่ใช่น้อยๆ การลงทุนซื้อเครื่องฟอกอากาศแค่ราคาไม่กี่บาทยังไงก็คุ้มค่ากว่าการต้องมาจ่ายเงินให้กับโรงพยาบาลอย่างแน่นอน

สิ่งเหล่านี้คือประโยชน์ทั้งทางตรงและทางอ้อมที่เราจะได้รับจากการใช้งานเครื่องฟอกอากาศ ถือเป็นอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีความจำเป็นของคนเราในยุคนี้ไปเป็นที่เรียบร้อยเพื่อให้สุขภาพด้านการใช้ชีวิตมีคุณภาพยิ่งขึ้นก็จำเป็นต้องใช้อุปกรณ์เหล่านี้เข้าช่วยด้วย

สิ่งที่ควรคำนึงก่อนซื้อ “เครื่องฟอกอากาศ” และวิธีการเลือกซื้อให้เหมาะสม

Things to consider before buying Air Purifier-s

หากพูดกันตามหลักความเป็นจริงเครื่องใช้ไฟฟ้าอย่างเครื่องฟอกอากาศอาจเป็นประเภทเครื่องใช้ไฟฟ้าที่คนส่วนใหญ่ไม่ค่อยนึกถึงเวลาซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ เข้าบ้านด้วยซ้ำ ส่วนหนึ่งก็เพราะคนมักมองว่าอากาศในบ้านของเราก็ดีอยู่แล้วไม่ได้มีความจำเป็นต้องใช้เครื่องฟอกอากาศให้มันเปลืองเงินและเปลืองค่าไฟ แต่จริงๆ แล้วเครื่องฟอกอากาศคือเครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีความสำคัญไม่แพ้กับแอร์หรือพัดลมด้วยซ้ำ เพราะด้วยความที่ทุกวันนี้อากาศในประเทศไทยมันไม่ได้บริสุทธิ์อย่างที่คิด

เครื่องฟอกอากาศ คืออะไร?

เครื่องฟอกอากาศเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าประเภทหนึ่งมีหน้าที่สำคัญคือการช่วยฟอกเอาสิ่งสกปรกที่อยู่ในอากาศบริเวณนั้นๆ ไม่ว่าจะเป็นไรฝุ่น, เชื้อโรค, สิ่งสกปรกต่างๆ ดูดซับเข้าไปในเครื่องแล้วปล่อยเป็นอากาศที่บริสุทธิ์ออกมาแทน แม้ว่าจะไม่ได้สามารถฟอกอากาศให้บริสุทธิ์ได้เต็มร้อยแต่ก็ถือว่าทำให้อากาศบริเวณดังกล่าวสดชื่นขึ้นกว่าเดิม ทำหน้าที่คล้ายปอดของคนเราที่ช่วยกรองเอาสิ่งสกปรกในอากาศออกไปนั่นเอง

การเลือกซื้อเครื่องฟอกอากาศที่ถูกต้อง

  1. Air Volume, Air Flow – ยิ่งค่านี้สูงอากาศก็ยิ่งถูกกรองเร็วขึ้น คือสามารถปล่อยอากาศบริสุทธิ์ออกมาได้เร็วกว่าเดิม ให้ลองเทียบจากหลายๆ รุ่น เพราะยิ่งห้องมีขนาดใหญ่การมีค่านี้มากก็จะยิ่งเป็นผลดีกับอากาศในห้องนั้น
  2. ค่า Clean Air Delivery Rate – หรือค่า CADR เป็นค่าที่บอกว่าเครื่องฟอกอากาศสามารถฟอกสิ่งสกปรกออกได้จำนวนเท่าไหร่ต่อนาที หากค่านี้ยิ่งมากเท่าไหร่นั่นหมายถึงว่าประสิทธิภาพการใช้งานเครื่องฟอกอากาศก็ยิ่งดีมากขึ้น
  3. Room Size, Area Coverage – เป็นขนาดห้องที่เหมาะสมซึ่งเราจำเป็นต้องรู้ขนาดห้องที่จะใช้งานเครื่องฟอกอากาศให้เหมาะสมเพราะหากห้องมีขนาดใหญ่เกินกว่าความสามารถของเครื่องฟอกอากาศก็หมายถึงว่าอากาศภายในห้องนั้นๆ ก็ไม่ได้มาตรฐานอย่างที่ควรจะเป็นแม้ใช้เครื่องฟอกอากาศก็ตามแถมยังเปลืองไฟและเสียงดังแบบไม่จำเป็นอีกด้วย
  4. Noise Level – ระดับเสียง คือสิ่งสำคัญสุดๆ สำหรับการใช้เครื่องฟอกอากาศในห้องนอนเพราะยิ่งเสียงดังโอกาสนอนไม่หลับของผู้ใช้งานก็มีสูงซึ่งจะส่งผลต่อการทำงานและสุขภาพร่างกายในอนาคตด้วยเช่นกัน
  5. Power Usage – อัตราการกินไฟ ตรงจุดนี้สำหรับคนที่กลัวว่าค่าไฟจะพุ่งแรงเกินไปก็ให้ลองเทียบเครื่องฟอกอากาศรุ่นใกล้เคียงกันดูหากเห็นว่าตัวไหนกินไฟน้อยที่สุดก็เลือกซื้อตัวนั้นมาใช้งานก็ได้

การซื้อเครื่องฟอกอากาศไม่จำเป็นต้องซื้อที่มีราคาแพงเพียงแต่ว่าต้องรู้จักเลือกและดูความเหมาะสมกับการใช้งานให้ดีที่สุดเพื่อจะได้ใช้ประโยชน์จากเครื่องฟอกอากาศได้อย่างเต็มประสิทธิภาพมากที่สุด

ผลกระทบจากปัญหามลพิษทางอากาศ

andreaair-shanghai

มลพิษทางอากาศ ส่งให้เกิดผลเสียที่ตามมามากมาย ไม่เพียงแต่มนุษย์เท่านั้นที่ได้รับผลกระทบ ทุกสิ่งทุกอย่างในสภาพแวดล้อมล้วนแล้วแต่มีผลทั้งสิ้น ปัญหามลพิษทางอากาศมีผลกระทบ ดังนี้

ผลกระทบต่อมนุษย์

– เกิดการเจ็บป่วย หรือเสียชีวิตแบบเฉียบพลัน สาเหตุเช่นนี้เกิดจากการสูดดมเอามลพิษทางอากาศที่มีปริมาณเข้มข้น และรุนแรงเข้าสู่ร่างกายอาจเป็นก๊าซพิษบางชนิดที่สามารถทำลายอวัยวะต่างๆ ของมนุษย์ได้ ส่งผลให้เกิดอันตรายต่อร่างกายอย่างเฉียบพลัน เช่น หัวใจล้มเหลว ตับทำงานผิดปกติ เป็นต้น และในบรรดาที่ได้รับผลกระทบนั้นมักเป็นเป็นผู้ที่มีภูมิต้านทานน้อยหรืออ่อนแอ เช่น เด็ก ผู้สูงอายุ ผู้ป่วย เป็นต้น ทำให้ร่างกายต้านทานสิ่งแปลกปลอมจากมลพิษไม่ไหว อาจถึงขั้นเสียชีวิตได้
– เกิดการเจ็บป่วยเรื้อรัง เกิดจากการที่สัมผัสหรือหายใจมลพิษที่ไม่มีความเข้มข้นมากแต่สะสมเข้าไปในร่างกายเป็นระยะเวลานาน ก่อให้เกิดการเจ็บป่วยเรื้อรังประเภทเป็นๆ หายๆ เช่น โรคภูมิแพ้ ตาอักเสบ ผื่นคันทางผิวหนัง เป็นต้น
– เกิดการเสื่อมสภาพของอวัยวะต่างๆ เกิดจากการสะสมมลพิษในร่างกายเป็นระยะเวลานาน รักษาไม่หายเสียที จึงทำให้ลุกลามไปเรื่อยๆ อวัยวะต่างๆ เริ่มอ่อนแอลง เช่น การเสื่อมสภาพของปอดทำให้ระบาย และฟอกอากาศได้ไม่ดีนัก การเกิดภาวะเลือดจาง ไตวาย เป็นต้น
– เกิดความเดือดร้อน หากบริเวณที่อยู่อาศัยนั้นมีฝุ่นหรือควันคละคลุ้งอยู่ตลอด หายใจเข้าก็เหม็น ไม่สบายจมูก ทำให้เกิดความรำคาญ อยู่ด้วยภาวะความเครียด ไม่มีความสุข เช่น อาศัยอยู่ในบริเวณที่ระเบิดหินเพื่อนำมาทำปูนซีเมนต์ ทำให้เกิดฝุ่นควันคละคลุ้งอยู่ตลอด อาศัยอยู่ในบริเวณที่มีคนเผาถ่านขายทำให้ต้องสูดดมควันเข้าไปทุกวัน เป็นต้น

ผลกระทบต่อสิ่งอื่น

– ผลกระทบต่อพืช เพราะพืชก็ต้องดำรงชีวิตด้วยการหายใจเข้าใจปรุงอาหาร และสังเคราะห์ หากมีมลพิษต่างๆ ที่แปลกปลอมมีสารปนเปื้อนก็จะสามารถส่งผลต่อพืชได้เช่นกัน เช่น ทำอันตรายต่อเซลล์ของใบพืชทำให้ใบเหลือง คลอโรฟิลด์ถูกทำลาย ใบเกิดเป็นจุดด่าง ส่งผลให้พืชตายได้
– ผลกระทบต่อพืช สัตว์ก็ต้องหายใจเช่นเดียวกับมนุษย์ เมื่อหายใจเอามลพิษเข้ามากๆ ก็จะทำให้มีสารพิษเจือปนในร่างกายส่งผลกระทบต่ออวัยวะต่างๆ ได้เช่นเดียวกับมนุษย์เช่นกัน เมื่อสะสมมากๆ ก็ทำให้เกิดการป่วย และเสียชีวิตได้ สารที่ก่อให้เกิดอันตรายต่อสัตว์มาก เช่น ตะกั่ว สารหนู แคดเมียม เป็นต้น
– ผลกระทบต่อสถาปัตยกรรม และสิ่งปลูกสร้าง มลพิษทางอากาศที่มีสารบางชนิดที่ทำปฏิกิริยาทางเคมีแล้วส่งผลให้วัสดุทั้งหลายสึกกร่อนได้ เช่น การหลุดลอกของพื้นผิวผนัง พลาสติกเปราะหรือแตกหัก ผิวเซรามิกซ์จากที่มันเลื่อมกลายเป็นด้าน เป็นต้น